การสร้างจักรวาลเนื้อหา Marvel สู่สร้างจักรวาลเรื่องราวชุมชน

การสร้างจักรวาลเนื้อหา Marvel สู่สร้างจักรวาลเรื่องราวชุมชน จะทำได้อย่างไร?

ในมุมมองของ อ.ต่อสกุล ถิระพัฒน์ อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องฮีโร่ศึกษา มองว่า “…สื่อสร้างสรรค์ คือสื่อที่มีรูปแบบการนำเสนอใหม่ หรือ สื่อที่มีเนื้อหาที่แปลกใหม่ และต้องทำให้เกิดกระแสสังคมได้ สร้างแรงผลักในสังคมได้ โดยรูปแบบและเนื้อหา อาจจะเป็นเรื่องเดิม แต่รูปแบบการเล่าเรื่องใหม่ เมื่อเผยแพร่แล้วเกิดกระแสในสังคมก็ถือว่าเป็นสื่อสร้างสรรค์เช่นกัน…”
.
การสร้างจักรวาลเนื้อหา Marvel สู่สร้างจักรวาลเรื่องราวชุมชน
….

Q : แนวคิด วิธีสร้างแบรนด์ของจักรวาลภาพยนตร์ Marvel เป็นอย่างไร

อ.ต่อสกุล : ในระยะ 10 ปี วิธีการสร้างจักรวาล Marvel จะค่อยๆ ทำภาพยนตร์แต่ละเรื่อง มีการเชื่อมโยงกัน จนนำไปสู่จุดจบ โดยแบ่งให้เห็นชัด 3 เฟส คือ
  • เฟส 1 สร้างตัวละคร แนะนำตัวละคร = การสร้างฐานแฟน
  • เฟส 2 พอคนรู้จักแล้ว พัฒนาต่อเป็นเรื่องราวอย่างจริงจัง = การมีฐานแฟนคลับที่สมบูรณ์
  • เฟส 3 นำไปสู่บทสรุป = การนำแฟนคลับไปถึงจุดที่มุ่งหวัง
เราจะเห็นว่า การสร้างแบรนด์ใช้เวลานานกว่าจะทำให้คนทั้งโลกรู้จัก ที่สำคัญการทำจักรวาลภาพยนตร์ Marvel เป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดของโลก ซึ่งภาพรวมทุกเรื่องที่ยิ่งทำภาคต่อ รายได้ยิ่งเพิ่มขึ้น เพราะว่าระหว่างทางคอยแก้ไขปัญหา มีการสำรวจความนิยมของตัวไหนเสมอ ตัวละครไหนได้รับความสนใจ เขาจะนำมาสร้างต่อเรื่อยๆ แม้บางตัวละครที่ตายไปแล้ว แต่ผลสำรวจเป็นตัวละครที่คนชอบเยอะมาก เช่น ฟิล โคลสัน ก็นำไปทดลองลงในหนังสั้น แล้วพัฒนาไปเป็นซีรีย์ได้ หรือฮัลค์ เจ้าตัวเขียว ครั้งแรกที่สร้างไม่รุ่ง แถมมีปัญหาต่างๆ จึงเปลี่ยนคนเล่น พอผลสำรวจดีขึ้นก็เป็นคนเดิมเล่นยาวต่อไป
.

Q : วิธีสร้างแบรนด์ของ Marvel สามารถเป็นต้นแบบการทำสื่อขับเคลื่อนสังคมได้ไหม

อ.ต่อสกุล : สามารถทำได้ เพราะกระบวนการสร้างแบรนด์ของ Marvel ใช้หลักการ Transmedia เพื่อภาพยนตร์ วิธีของ Transmedia คือ สื่อข้ามสื่อ โดยสร้างเนื้อหาหลากหลายที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ ให้เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์ม ซึ่งแต่ละช่องทางมีกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะ ถ้าทำสำเร็จก็จะเกิดแรงกระตุ้นสังคมได้… รูปแบบนี้สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาใช้ในแง่ของสื่อสร้างสรรค์ หรือการทำสื่อเพื่อขับเคลื่อนสังคมได้อยู่แล้ว
.

Q : Check Rating หรือ การสำรวจความนิยม เป็นกระบวนการสำคัญอย่างไร

อ.ต่อสกุล : Check Rating หรือ การสำรวจความนิยม “เป็นสิ่งที่สำคัญมาก จำเป็นมาก” เพราะสิ่งที่เป็น Transmedia สิ่งสำคัญคือต้องมีการปรับตัว ปรับเรื่องราวให้เหมาะสมกลุ่มเป้าหมาย เพราะถ้าเรื่องราวไม่เหมาะ ก็ต้องรีบทิ้งและรีบเปลี่ยน รีบปรับ และยอมทิ้งบางอย่าง เช่น ทำหนังสั้นแล้ว ตัวละครไม่รุ่งก็รีบเปลี่ยนตัวละคร แต่ใช้ประเด็นหลักมาเล่นต่อ รีบปรับเพื่อให้คนดูเข้ามาเยอะๆ เพราะสุดท้ายตอนจบการใช้หลักการ Transmedia มันต้องทำให้เกิดกระแสได้ ซึ่งการที่จะเกิดกระแสได้เราก็ต้องปรับบางอย่าง เพราะต้องทำเนื้อหาให้คนเข้าใจและเข้าถึงมากที่สุด
.

ยกตัวอย่าง

กรณีของ Marvel อย่างแมนดาริน การนำมาเล่นเป็นตัวตลก แฟนคอมิกส์ไม่ชอบ เขาจึงแก้ไขลงในซีรีย์ ซึ่งเป็นการรักษาฐานแฟนเดิมให้กลับมาและอธิบายแฟนใหม่ได้ด้วย
“…ความจำเป็นของการสำรวจความนิยม สำคัญมาก เพราะการทำสื่อต้องทำให้คนเข้าถึง เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วม สำหรับ Transmedia” แต่มันต้องใช้เวลา อย่างการใช้ Transmedia กับการทำภาพยนตร์ จะใช้ระยะเวลา 1 ปี มันเป็นไปไม่ได้ ตัวอย่างที่เห็นชัด คือจักรวาลภาพยนตร์ Marvel ที่ค่อยๆ พัฒนา สำรวจ เปลี่ยน ปรับ “ดังนั้น การทำสื่อขับเคลื่อนสังคม เราต้องใช้ทั้งความคิดสร้างสรรค์และความอดทน เพราะว่าการสร้างยอดหรือสร้างให้คนมีส่วนร่วม ไม่สามารถสร้างได้ในวันเดียว ซึ่งมันขึ้นอยู่กับความยากง่ายของประเด็นด้วย “
.

Q : การมีงบประมาณเป็นตัวกำหนด มีผลต่อการทำสื่อสร้างสรรค์อย่างไร?

อ.ต่อสกุล : อาจเป็นปัญหา แต่ก็ไม่ใช่ทีเดียว เพราะว่าถ้ารู้งบประมาณ เราก็ต้องเลือกวิธีการนำเสนอตามสิ่งที่เราคาดหวัง แต่ให้มันอยู่ในงบประมาณ ดังนั้นต้องใช้วิธีคิด รูปแบบและช่องทางที่เหมาะสมกับการเล่าเรื่องให้ได้มากที่สุด “งบประมาณในแง่หนึ่งเป็นตัวปัญหา แต่ในแง่หนึ่งมันก็บังคับให้คุณมีความคิดสร้างสรรค์ขึ้น” การได้งบมาก อาจไม่ได้หมายความว่าจะทำ Transmedia ออกมาดีก็ได้ ฉะนั้นต้องอยู่ในรูปแบบการนำเสนอ ความอดทน มีการพัฒนา-สำรวจ-ปรับเปลี่ยนเรื่อยๆ สรุปคือการมีเงินเยอะใช่ว่าจะดี มีเงินน้อยก็สร้างสรรค์ได้
.

แชร์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง