#สัมภาษณ์พิเศษ กับพี่ประสาน อิงคนันท์ ผู้ก่อตั้งบริษัท บุญมีฤทธิ์ มีเดีย เป็นสื่อตัวเล็กที่อยากจะมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงสังคม
………..
Q : ยุคนี้การทำสื่อ โดยใช้หลายช่องทางการสื่อสาร มีโอกาสขับเคลื่อนประเด็นสังคมมากกว่าก่อนหรือไม่ อย่างไร
พี่ประสาน : สำหรับพี่มีสองมุม คือทั้งมุมที่ได้มากและก็คิดว่ามันได้มากจริง ๆ เพราะว่าอย่างแรกการสื่อสารมันไปได้เร็วและไปได้ทั่ว ไม่เหมือนสมัยก่อนที่มีแต่สื่อใหญ่ๆ อย่างเดียวไม่กี่เจ้า แต่ในขณะที่สื่อใหม่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเป็นสื่อเองได้ เพราะฉะนั้นการเปิดโอกาสให้ทุกคนเป็นสื่อได้ สามารถเผยแพร่เนื้อหาเองได้ นั่นหมายความว่าประเด็นสังคมมันได้กระจายออกไปถึงประชาชนทั่วๆ ไป อย่างกว้างขวาง และแน่นอนที่สุดเลยคือสามารถสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมได้ มันสามารถสร้างกระบวนการที่ทำให้คนที่มีความคิดเดียวกัน มารวมตัวกันได้ และสามารถทำให้เกิดพลังพลเมืองที่มีคนจำนวนหนึ่งอยากจะแก้ไขสังคม เพราะเขาก็รู้สึกว่าตัวเขาเองก็เป็นสื่อได้เหมือนกัน แล้วก็มีคนคิดเหมือนเขาด้วย และเขาก็รู้สึกว่าถ้าคนเล็ก ๆ วันข้างหน้ารวมตัวกันได้ ก็สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้จริง เลยมองว่าการที่เกิดสื่อใหม่ในหลายช่องทาง มันเป็นข้อดีมากๆ คือมันเป็นพลังมากที่ทำให้จำนวนคนเล็ก ๆ ได้ลุกขึ้นมาทำสื่อ แต่อีกมุมหนึ่งมันก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่า มันก็มีด้านลบ เมื่อมันไปได้เร็ว ไปได้ทั่ว มันก็จะมีทั้งของจริงและไม่จริงอยู่ในนั้นมากขึ้น คือสมัยก่อนเวลาอะไรที่มีสิ่งเกิดขี้นในสื่อใหญ่ก็จะได้รับความน่าเชื่อถือ ในเรื่องของความถูกต้อง แต่พอเป็นสื่อเล็ก ๆ มันจะทำให้ความน่าเชื่อถือน้อยลงไป และเมื่อมีความไม่ถูกต้อง หรือพวกข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้องที่ถูกกระจายออกไปเร็วแทนที่จะเกิดพลังบวก มันก็เกิดเป็นพลังลบแทน เช่น สมมติว่าคุณกำลังรณรงค์บางเรื่องในเชิงลบ มันก็ยิ่งกระจายไปได้เร็ว พลังไม่ดี มันก็จะเยอะขึ้น…ก็เลยมองว่ามันมีทั้งข้อดีและข้อเสียผสมกัน
………..
Q : เมื่อความน่าเชื่อถือน้อยลงไป แล้วสื่อควรจะทำอย่างไร
พี่ประสาน : เราคิดว่า การใช้สื่ออย่างรู้เท่าทัน เวลาสื่อไปได้ไกลไปได้เร็ว การเสพสื่อมันก็จะเร็วด้วย ทำให้การพิจารณาความถูกต้องมีน้อยลง ซึ่งส่วนนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การคัดกรองโดยวิจารณญาณความถูกต้องน้อยลงไป ว่ามันถูกต้องหรือผิดถูกอย่างไร รวมถึงการรีแอดชั่นอย่างเร็วโดยที่ไม่ได้คาดคิด ที่มันจะมีได้ทั้งด้านลบหรือบวก เช่น สมมติการตัดต่อภาพ หากมีการตัดบางส่วนออกมา มันสามารถทำให้เกิดได้ทั้งลบและบวก ยิ่งเป็นความหมายที่ผิด ถูกกระจายออกอย่างรวดเร็วของสื่อ กับความเร็วของผู้เสพสื่อ เร็วกับเร็วเจอกัน ก็ทำให้ขาดการไตร่ตรอง
………..
Q : “สื่อสร้างสรรค์” ในมุมของพี่ประสาน คืออะไร
พี่ประสาน : สื่อสร้างสรรค์ คือการทำสื่อที่มีประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งแน่นอนคนผลิตสื่ออาจเป็นประโยชน์กับคนผลิตสื่อด้วย แต่มุมหนึ่งถ้ามันสร้างสรรค์ด้วย ก็ต้องทำออกมาให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมและต่อผู้รับสาร อันนี้มันเป็นสิ่งจำเป็นมันไม่ได้หมายความว่าสื่อสร้างสรรค์คือสื่อที่มีครีเอทีฟที่ดีนะ แม้ว่าการมีเคเอทีฟที่ดีมันก็อาจจะสื่อสร้างสรรค์อย่างหนึ่ง แต่สำหรับพี่มันไม่สมบูรณ์พอ เพราะสื่อที่มันดี เคเอทีฟที่ดีมันต้องสามารถใช้งานครีเอทีฟเข้าไปเป็นประโยชน์ให้กับคนในสังคม อันนี้หล่ะเป็นสิ่งที่พี่มากว่ามันเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ หรือพูดอีกมุมหนึ่งคือการทำให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองด้วย
.

………..
Q : ฝากถึงกลุ่มสื่อที่กำลังที่มุ่งมั่นในการทำงานเพื่อสังคม
พี่ประสาน : หลักในการทำงานของคนผลิตสื่อ คือว่ามากน้อยอย่างไร หน้าที่ของเรามันมีโอกาสในการสื่อสารสิ่งบางอย่างที่สร้างประโยชน์ให้คนอื่นด้วย มันไม่ใช่การสื่อสารเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับตัวเราเอง แต่มันต้องสร้างประโยชน์ให้กับคนอื่น เพราะฉะนั้นเมื่อวางความคิดแบบนี้ สำหรับงานมันก็จะยากขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง เพราะว่าจะต้องทำให้คนอื่นสนใจ เข้าถึงและรู้สึกถึงประโยชน์ของมันด้วย ดังนั้นก็ต้องอดทนในการที่จะทำ จะคิดและไตร่ตรองให้มันได้ สิ่งที่มันดูดีที่สุดและมีประโยชน์ที่สุดการสร้างสรรค์งานจึงต้องมี 2 สิ่ง คือ ความอดทนและมีพลังบวก
.